เปิดตำนานสายเลือดช่างหลวง! ค้นพบ “ช่างยา” เพชรเม็ดงามแห่งอรัญประเทศ เตรียมรังสรรค์ประติมากรรม “พระพิฆเนศขอม” 1,600 ปี


– จากโปรเจกต์ตามรอยประวัติศาสตร์การอัญเชิญ “หลวงพ่อเงิน” สู่การค้นพบทายาทสายเลือดช่างแกะสลักหินขอมโบราณที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ในอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ล่าสุด เตรียมดึงตัวรังสรรค์ผลงานจำลอง “พระพิฆเนศ” หินทรายอายุกว่า 1,600 ปี เพื่อนำกลับไปประดิษฐาน ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์จังหวัดอุบลราชธานี

สืบเนื่องจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ได้อัญเชิญ “หลวงพ่อเงิน” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อายุ 700 ปี จากวัดปากน้ำ บุ่งสระพัง จ.อุบลราชธานี มาประดิษฐานให้ประชาชนได้ร่วมสรงน้ำ ในการนี้ นายบัญชา ฉันทดิลก ที่ปรึกษาโครงการสุขสยาม ได้ลงพื้นที่สืบค้นประวัติความเป็นมา ณ บริเวณดงพระคเณศ วัดป่าพระพิฆเณศวร์ อย่างละเอียด จนพบข้อมูลสำคัญว่า พื้นที่ดังกล่าวยังเคยเป็นแหล่งขุดพบสิ่งล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ ทั้งโคนนทิ ปลียอดปราสาท และ “พระพิฆเนศหินทรายยุคขอมโบราณ” อายุนับพันปี ซึ่งปัจจุบันองค์พระพิฆเนศถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่วัดสุปัฏนาราม

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดแนวคิดครั้งสำคัญในการจำลองประติมากรรมพระพิฆเนศหินทรายขอมโบราณองค์ดังกล่าว เพื่อนำกลับไปประดิษฐาน ณ วัดป่าพระพิฆเณศวร์ คู่กับหลวงพ่อเงินดังที่เคยเป็นมาในอดีต ภารกิจเฟ้นหา “ช่างแกะสลักหิน” ที่สามารถถ่ายทอดจิตวิญญาณศิลปะขอมโบราณจึงเริ่มต้นขึ้น และนำไปสู่การค้นพบ “ช่างยา - อรศิริ องค์สุนทร” ทายาทช่างแกะสลักหินที่พำนักอยู่ใน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ช่างยา ไม่ใช่เพียงช่างฝีมือทั่วไป แต่เป็นผู้สืบสายเลือดช่างหลวงที่ส่งต่อผ่านดีเอ็นเอจากรุ่นสู่รุ่น บรรพบุรุษของครอบครัวเดินทางมากับทัพหลวงตั้งแต่สมัยสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ก่อนตัดสินใจตั้งรกรากบนเส้นทาง “ราชมรรคา” แห่งอารยธรรมขอม (จ.บุรีรัมย์ ในปัจจุบัน) โดยมีบิดาผู้เรียนรู้งานช่างด้วยตนเองจากการจดจำภาพสลักหินตามปราสาทโบราณ แล้วนำมาแกะสลักได้อย่างวิจิตรราวกับถอดพิมพ์

เรื่องราวของช่างยายังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของจิตวิญญาณแห่งงานช่างชั้นครู ในวัยเด็ก เธอสามารถวาดภาพหน้าพรหมสี่หน้า (พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ศิลปะบายน) ได้จากภาพจำในความฝันโดยที่ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น เมื่ออายุ 13 ปี เธอนิมิตเห็นพราหมณ์โบราณมาบอกใบ้ชี้จุดให้ขุดดินบริเวณใกล้ปราสาทตาเมือน จนค้นพบเครื่องมือสกัดหินพร้อมด้าม และเตาเผาสัมฤทธิ์โบราณ ซึ่งเป็นข้อสันนิษฐานสำคัญว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจเคยเป็นแหล่งพำนักของช่างหลวงขอมในอดีต

สำหรับการรังสรรค์ผลงานชิ้นสำคัญนี้ ช่างยาระบุว่า พระพิฆเนศต้นแบบคาดว่าจะเป็นศิลปะขอมยุคบาปวนตอนต้น ผสมผสานกลิ่นอายยุคเกาะแกร์ อายุราว 1,600 ปี ซึ่งเป็นยุคคลาสสิกที่ช่างโบราณเน้นสัดส่วนที่สมจริงและอ่อนช้อย
ปัจจุบัน แม้ครอบครัวจะย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่สระแก้วกว่า 30 ปี แต่งานแกะสลักหินยังคงเป็นลมหายใจของตระกูล ผลงานของพวกเขาไม่ใช่แค่การเริ่มต้นเรียนรู้ทักษะใหม่ แต่คือการ "ปลุกทักษะเดิม" ให้ฟื้นคืนมา งานแต่ละชิ้นจึงไม่ใช่แค่การแกะสลักลวดลาย แต่เป็นการใส่จิตวิญญาณและความขรึมขลังแบบศิลปะขอมโบราณแท้ๆ ลงไปในเนื้อหิน ถือเป็น “ลายเซ็น” ประจำตระกูลที่แยกแยะได้ชัดเจนจากงานศิลป์ร่วมสมัยทั่วไป

การค้นพบ “ช่างยา” เพชรเม็ดงามแห่งอรัญประเทศในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการได้ช่างฝีมือมาจำลององค์พระพิฆเนศ แต่คือการต่อลมหายใจให้กับมรดกศิลป์ขอมโบราณ โดยสายเลือดศิลปินที่หยั่งรากลึกลงไปในประวัติศาสตร์ ให้กลับมามีชีวิตและทรงคุณค่าคู่แผ่นดินไทยสืบไป